Program Adobe Illustrator กับการพัฒนามากขึ้นในปัจจุบัน

ซึ่งก็ไม่แปลก เพราะในปัจจุบันพวกคอร์สสอนเรียน AI (Adobe Illustrator) เริ่มมีแพร่หลายมาพักใหญ่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการสอนที่โรงเรียน สถาบันการศึกษา สถาบันสอนพิเศษต่างๆ หรือจะสอนเป็นคอร์สออนไลน์ ไลฟ์สด หรือเป็นวีดีโอให้ดูแล้วหัดทำตาม

ทำให้ไม่เป็นเรื่องอย่างอีกต่อไป เราสามารถมาต่อยอดใช้งานได้หลากหลายดังนี้

  1. ใช้ออกแบบนามบัตรทางธุรกิจ

การทำธุรกิจหรืออาชีพใดๆก็ตาม จำเป็นที่จะต้องมีนามบัตรเอาไว้ เพื่อไว้ให้ลูกค้าติดต่อเราได้ในภายหลัง หรือเพื่อเป็นการเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้คนรู้จักเรามากขึ้นผ่านนามบัตรนี้ นามบัตรที่ดีจะเป็นเหมือนหน้าต่างแสดงออกให้เห็นว่าเราเป็นคนอย่างไร หรือธุรกิจที่เราทำเป็นอย่างไร มีรูปแบบในเชิงไหน ฉะนั้นการออกแบบผ่านโปรแกรม AI เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ง่ายและสำคัญต่อธุรกิจของคุณมาก เราสามารถออกแบบกำหนดขนาดได้ เปลี่ยนสี เปลี่ยน font จัดเลย์เอาท์ต่างๆได้อย่างอิสระ รวมไปถึงใส่ภาพถ่าย ภาพวาด รูปสัญลักษณ์ต่างๆที่บ่งบอกถึงธุรกิจ หรือตัวคุณให้ชัดเจนมากขึ้นได้อีกด้วย

  1. ภาพโฆษณาทาง Social Media ต่างๆ

ปัจจุบันการตลาดที่ทรงพลังมากที่สุดคือ Social Media ที่นับวันจะเติบโตมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter, Instragram, Line ซึ่ง Social Media เหล่านี้เป็นช่องทางในการทำการตลาดของธุรกิจของท่านๆได้เป็นอย่างดี และการทำการตลาดก็ควรมีภาพประกอบ ภาพโปรไฟล์ หรือ ภาพ Ads ที่ดูน่าสนใจ ดึงดูดลูกค้า ซึ่งโปรแกรม AI ตอบโจทย์ข้อนี้ได้เป็นอย่างดี เราสามารถ Design ได้อย่างอิสระ ทั้งขนาดภาพที่ต่างกันในทุกช่องทางโฆษณา หรือโทนสี การวาด ลายเส้น ภาพกราฟฟิก เรียกว่าสะดวกสบายมากสำหรับการใช้ AI ทำสิ่งต่างๆเหล่านี้

  1. ภาพโปสเตอร์ ป้ายไวนิล คูปอง สื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ

งานพิมพ์ที่ต้องปริ้นท์ออกมา ไม่ว่าจะเป็นโปสเตอร์โฆษณาเช่น โฆษณาภาพยนตร์ โฆษณาวงดนตรีคอนเสิร์ต หรือป้ายไวนิลขนาดใหญ่ ตามร้านค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นหรือ SALE ลดราคา รวมไปถึงงานทำโบรชัวร์แผ่นพับ คูปองสมนาคุณต่างๆ ฯลฯ เรียกว่างานพิมพ์ทุกอย่างเกือบ 80% ใช้โปรแกรม AI ในการออกแบบก่อนเกือบทั้งหมด เพราะสามารถทำได้ง่าย กำหนดขนาด กำหนดโหมดสี และตกแต่งทุกอย่างได้เป็นอย่างใจ ได้ไฟล์งานเป็น Vector ที่ขยายภาพแล้วไม่แตก ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงมาก

วัยรุ่นวัยคอม

วัยรุ่นวัยคอมเป็นอย่างไร

           คอมพิวเตอร์เราไม่รู้เลยว่าเริ่มแทรกเข้ามาในชีวิตของคนเราตั้งแต่เมื่อไหร่  ช่วงเวลาไหน เรารับรู้แต่ว่าคอมพิวเตอร์กลายเป็นส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิตของคนเกือบจะทุกเพศทุกวัย  ทุกภูมิภาค ทุกสังคม ทุกช่วงวัยของชีวิต โดยใช้กันทุกแหล่งทุกสถานที่ ที่ทำงานรวมทั้งที่ใช้ในด้านการทำธุระส่วนตัว  ตอบสนองความต้องการด้านความบันเทิง ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้ตัวเองได้ทุกอย่างที่เราต้องการ จากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ   กลายเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดพกพา หรือเราเรียกว่าโน้ตบุ๊ค เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เป็นเครื่องที่ใช้งานง่ายสะดวกสบาย สามารถพกพาไปได้ทุกสถานที่ทุกช่วงเวลาที่เราต้องการ

ความสามารถเหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทุกอย่างยิ่งกว่านั้นการพกพาการเคลื่อนย้ายสะดวกไปกับเราได้ทุกสถานที่เป็นความทันสมัยของเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆจนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเริ่มจะไม่ค่อยมีผู้คนนิยมใช้หรือซื้อหาแล้ว  ผู้ผลิตเริ่มมองหานวัตกรรมที่แปลกใหม่ที่ทันสมัยสะดวกพกพาง่ายสามารถนำไปใช้ได้ด้วยทุกสถานที่ทุกเวลาและตรงตามความต้องการของผู้บริโภคได้มากขึ้น

คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจึงเริ่มไม่ค่อยมีผู้คนต้องการเหมือนเดิม

จะมีเพียงบางกลุ่มเท่านั้นที่ยังใช้อยู่ เช่นหน่วยงานราชการ ห้างร้านต่างๆ โรงงาน รวมไปถึงบริษัทยังคงใช้แบบตั้งโต๊ะที่ยังพอเห็นอยู่ นอกนั้นตามกลุ่มนักเรียน นักศึกษา วัยทำงาน ผู้คนทั่วไปเริ่มจะเปลี่ยนเป็นโน้ตบุ๊คกันแล้ว

         จากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คที่มีความทันสมัยมากอยู่  และยังมีผู้คนต้องการอยู่มาก  ผู้ผลิตยังได้คิดค้นนวัตกรรมที่ทันสมัยและแปลกใหม่ขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภค  เน้นกลุ่มนักเรียน นักศึกษา รวมทั้งวัยทำงาน สิ่งนี้ คือมีขนาดเล็กกว่าโน้ตบุ๊คที่เราเรียกกันว่า แท็บเล็ต สเปกแรงโปรโมชั่นดีรูปแบบสวยงาม  พกพาได้สะดวก ความสามารถในการทำงานเทียบเท่ากับโน้ตบุ๊คพิเศษเพิ่มขึ้นคือสามารรถถ่ายภาพ บันทึกเสียง และถ่ายวีดีโอได้รวมทั้งยังเป็นโทรศัพท์ได้ในคราวเดียวกัน 

ความทันสมัยนี้ของนวัตกรรมของผู้คิดค้นได้ก้าวไกลไปทุกวันซึ่งคนเราทุกวันนี้ก็ต้องหมั่นพัฒนาตนเองในด้านการใช้เทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นด้านความรู้  ด้านความสามารถด้านต่างๆของคนเราต้องมีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้ทันต่อโลกและนวัตกรรมของเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกวันทุกเวลา

แต่ทุกวันนี้ผู้คิดค้นผลิตโทรศัพท์มือถือยังผลิตโทรศัพท์ให้มีความทันสมัยอยู่ตลอดเวลา  โทรศัพท์มือถือเล็กๆเครื่องเดียวที่สามารถพกพาไปกับเราได้ทุกที่ทุกเวลาที่เราต้องการ การเป็นผู้บริโภคต้องรู้จักปรับเปลี่ยน  ทั้งความคิดความสามารถในการใช้เทคโนโลยีให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะก้าวตามไปให้ทันยุคทุกสมัย แต่ท้ายสุดเราก็ต้องดำรงไว้ซึ่งความถูกต้องเหมาะสม 

ในการใช้เทคโนโลยี ไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้อื่นจนทำให้คนอื่นเดือนร้อน

การใช้ UDP (User Datagram Protocol)

ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่ไม่ต้องสร้างการเชื่อมต่อขึ้นมา (Connectionless)เหมาะสำหรับการทำ DHCP โดยจะมีพอร์ตต้นทางหมายเลข 67 และพอร์ตปลายทาง68 เอาไว้ติดต่อสื่อสารกับระหว่างเครื่อง DHCP Server กับ DHCP Clientจากนั้นเครื่อง DHCP Server จะแสดงตัวตนด้วยการแสดงไอพีแอดเดรสให้ทราบและค้นหาหมายเลขไอพีแอดเดรสจากฐานข้อมูลในเครื่องเพื่อไม่ให้ซ้ำกันแล้วส่งเมสเสจ DHCP Offer (IP Lease Offer) กลับไปให้ไคลเอนต์ที่ขอมา

เมื่อเครื่องไคลเอนต์ได้รับหมายเลขไอพีแอดเดรสแล้วทางไคลเอนต์จะส่งสัญญาณตอบกลับ DHCP Request มาให้ทราบ

หลังจากที่เครื่อง DHCP Server ได้รับสัญญาณ DHCP Request

จะส่งสัญญาณ DHCP Ack (IP Lease Acknowledgement)กลับไปยังเครื่องไคลเอนต์เพื่อให้เริ่มใช้ไอพีแอดเดรสหมายเลขนี้ได้ (และ DHCPServer จะเก็บหมายเลขไอพีแอดเดรสนั้นเอาไว้ไม่ให้เครื่องอื่นใช้)โดยกำหนดระยะเวลาในการใช้ IP ให้ทราบคือ IP Address Lease Time และSubnet Mask DHCP เป็นโปรโตคอลที่ออกแบบมาให้ใช้งานแทน BOOTPเนื่องจากมีความสามารถสูงกว่าหลายด้าน ถ้าในองค์กรมีระบบเครือข่ายไม่ใหญ่มาก(ไม่ใช้ Router ในการทำงาน)การออกแบบกำหนดสโคปหรือช่วงการใช้ไอพีแอดเดรสก็ไม่ยุ่งยาก

แต่ถ้าเป็นเครือข่ายที่มีขนาดกลาง – ใหญ่ มีการแบ่งเครือข่ายย่อย (subnet) และใช้Router ทำงานด้วย ควรจะพิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี้

– ต้องมีการสงวนไอพีแอดเดรสบางส่วนเอาไว้สำหรับเครื่อง DHCP Server,DNS Server, WINS Server รวมทั้ง Router

– ในการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายย่อย (Subnet) ที่มีความเร็วต่ำผ่าน Dial –up นั้น ควรจะมี DHCP Server ในแต่ละเครือข่ายย่อยไปเลย โดยมี DHCP RelayAgents ซึ่งทำหน้าที่เฝ้าฟังการร้องขอไอพีแอดเดรสจากไคลเอนต์เพื่อส่งต่อไปยังDHCP Server ตัวจริง

– สามารถใช้ Router ที่สนับสนุนมาตรฐาน RFC 1542 หรือ BOOTPในการส่งข้อมูลระหว่างเครือข่ายย่อยได้ (เป็นการใช้งานแทน DHCP Relay

Agents)Windows Server จะกำหนดให้ Active Directoryเป็นตัวจัดเก็บเฉพาะรายชื่อของ DHCP Server ที่ได้รับอนุญาตเอาไว้เป็นเหตุให้การเริ่มทำงานทุกครั้ง DHCP Serverจะต้องเข้ามาตรวจสอบรายชื่อตัวเองใน Active Directory ว่ามีหรือไม่

ถ้าไม่มีจะทำให้ไม่สามารถให้บริการของ DHCP ได้และข้อควรระวังอีกประการ คือเครื่อง DHCP Server แบบติดตั้งแยก (Stand – alone) จะไม่สามารถทำงานร่วมกับDHCP Server บนโดเมนได้